ฮอลลี่ฮ็อค นอกจากจะมีดอกสวยงามเป็นเอกลักษณ์แล้ว บางส่วนของต้น "ฮอลลี่ฮ็อค" ยังมี ประโยชน์ทางสมุนไพรอีกด้วย เช่น ราก และ เมล็ด ใช้เป็นยาแก้โรคกระเพาะ แก้ไข้ รักษาแผลเรื้อรังได้ ดอก นำไปต้มน้ำเดือดดื่มช่วยให้การไหลเวียนของ โลหิตดีขึ้น แก้โรคริดสีดวงทวาร และโรคประจำเดือนไม่ปกตินอกจากนี้ในต่างประเทศนิยมเอามาทำเป็นตุ๊กตา ประดับเครื่องดื่มและอาหารอีกด้วย

ฮอลลี่ฮ็อค หรือ ALCEA ROSEA LINN. ชื่อสามัญ HOLLYHOCK อยู่ในวงศ์ MALVACEAE เป็นไม้ล้มลุก อายุประมาณ 2 ปี ต้นสูง 0.5-2.5 เมตร ลำต้นตั้งตรง ไม่แตกกิ่งก้านสาขาตามที่กล่าวข้างต้น มีขนกระจายทั่วทั้งต้น ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ เป็นรูปหัวใจค่อนข้างกลม ขอบใบเป็นคลื่นหรือหยักเป็น 5-7 แฉก ก้านใบยาว ผิวใบสีเขียวสด

ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายยอด ลักษณะดอกมีกลีบเลี้ยงเป็นรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอกมี 5 กลีบ บางครั้งจะซ้อนกัน มีด้วยกันหลายสี เช่น สีขาว สีชมพู และ สีแดง ใจกลางดอกมีทั้งชนิดเป็นสีเหลืองและสีชมพู ดอกเมื่อบานเต็มที่เส้นผ่า ศูนย์กลางประมาณ 10 ซม. มีเกสรตัวผู้จำนวนมาก เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันจะดูสวยงามน่ารักมาก "ผล" ค่อนข้างกลม เส้นผ่า ศูนย์กลางประมาณ 2 ซม. เมล็ดรูปกลมแบน ขอบสองข้างเป็นสัน ดอกออกทั้งปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
ปัจจุบัน "ฮอลลี่ฮ็อค" ปลูกได้ในดินทั่วไป นิยมปลูกประดับเป็นกลุ่มจำนวนหลายๆต้น หรือปลูกลงกระถางหลายๆกระถางและหลายๆสี ตั้งประดับบริเวณบ้าน สำนักงาน มีแดดส่องถึงตลอดทั้งวัน รดน้ำเช้าเย็น บำรุงปุ๋ยสูตร 16-16-16 เดือนละครั้ง จะมีดอกสวยงาม









การถ่ายภาแบบายภาพแบบเปิดชัตเตอร์ค้างไว้เป็นเวลานาน (Long Exposure) เป็นเทคนิคหนึ่งที่จะทำให้ได้ภาพเก๋ๅ ทำให้เราจับภาพวัตถุที่มีการเคลื่อนไหวออกมาเป็นเส้นสาย และทำให้วัตถุที่เคลื่อนไหวเหล่านั้นไม่หยุดนิ่ง เช่นการถ่ายแสงไฟรถยนต์ที่วิ่งในตอนกลางคืน หรือถ่ายภาพการเคลื่อนตัวของคลื่นน้ำ ช่วยให้ภาพถ่ายสวยงามและเป็นอีกมิติหนึ่ง เทคนิคนี้ไม่ต้องอาศัยทักษะที่ยุ่งยากซับซ้อนอะไรเลย

1. กล้องต่อนิ่ง ต้อมีที่จับกล้องหรือาตั้งกล้องที่มั่นคง เวลาถ่ายภาพให้ใช้ Remote หรือสายลั่นชัดเตอร์ หรือถ้าไม่มีก็ใช้การตั้งเวลา เช่นกดชัตเตอร์แล้ว สองวินาทีค่อยถ่าย

2. สภาพอากาศที่เหมาะสม จริงๆแล้วการถ่ายภาพ Long Exposure สามารถทำได้ทุกสภาวะอากาศแต่ต้องเข้าใจวัตถุประสงค์และธรรมชาติของการถ่ายภาพเช่น ถ้ามีฟ้าใส เราก็ถ่ายภาพ ดาว ถ้าฝนฟ้าคะนองอาจจะได้ภาพสายฟ้าก็ได้

ภาพรถไฟในหน้าหนาว
3. เช็คแสง ให้ดีปรับความไวแสงของกล้องให้เมหาะสมกับความเร็วชัตเตอร์ ถ่ายภาพตอนกลางวันให้ตั้งค่ากล้องไปที่ Manual ใช้ ISO ต่ำๆ ส่วนตอนกลางคืนก็ปรับ ISO ให้สูงขึ้น แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแสงช่วงที่กำลังจะถ่ายภาพ และให้ตั้งค่ารูรับแสง f แคบ เพราะในการถ่ายภาพโดยเปิดความเร็วชัตเตอร์นานๆ ต้องการความชัดลึกของภาพ ลองปรับตัวแปลที่หลากหลาย เช่นเพิ่มเวลาเปิดหน้ากล้องแล้วลดรูปรับแสง เพื่อให้ได้แสงที่ยาวขึ้น

เอากล้องตั้งไว้บนม้าหมุน
4. ดูองค์ประกอบ เล็งจังหวะให้ดี เช่นรอรถวิ่งมาหลายๆคัน รอรถติด หรือรอถนนว่าง เป็นต้น

เอาหิ้วห้อยาใส่ขวด (ถ่ายเสร็จแล้วปล่่อยมันไป)

เครืองเล่นสวนสนุก

ฮอที่บินลงตอนกลางคืน

ชิงช้าสวรรค์

แมลงใต้แสงไฟ

ดอกไม้ไฟ

พายเรือแคนนูที่ปลายมีหลอดไฟ

ไฟเขียวฟแดง

เครื่องบินขึึ้นลง
ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงบนพื้นดินทั่วประเทศไทยในแต่ละปีมีปริมาณเฉลี่ยปีละ 1,400 มม.หรือประมาณ 5 แสนล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากน้ำมีน้ำหนักมากกว่าอากาศ มันจึงไหลลงสู่ที่ต่ำตามแรงโน้มถ่วงโลก ซึมลงตามรอยแยกของหน้าดิน แทรกซึมตามช่องว่างของเม็ดดิน หิน ทราย กลายเป็นน้ำผิวดินและน้ำใต้ดิน บางส่วนก็ไหลออกมาตามช่องทางเปิด รวมกันมากเข้ากลายเป็นห้วย หนอง คลองบึง และแม่น้ำไหลออกสู่ทะเล

แต่เราสามารถออกแบบปากทางไหลของน้ำให้เดินทางลงสู่ชั้นหน้าดินและใต้ดินได้โดยการขุดหลุมบนหน้าดินที่ผู้เขียนตั้งชื่อว่า เขื่อนจิ๋ว(Microdam)ในขนาดและตำแหน่งที่เหมาะสมในทุกพื้นที่ๆมีฝนตกลงมาได้ ซึ่งจะทำให้เป็นหลุมที่รองรับน้ำฝน ตะกอนดิน อินทรียวัตถุทั้งหลาย และเป็นที่หลุมหลบไฟของเศษใบไม้ กิ่งไม้ในพื้นที่ล่อแหลมต่อการเกิดไฟป่า

ารขุดหลุมดังกล่าวควรมีขนาดเล็กพอที่คนในพื้นที่ใช้เครื่องมือง่ายๆเช่นจอบ เสียม ขุดได้ด้วยกำลังคน มีขนาดกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร ลึก 1.0 เมตร ก็จะสามารถเก็บน้ำฝนได้ถึง 196 ลิตรต่อฝนตก 1 ห่า แล้วซึมหายลงใต้ดินไปเมื่อเวลาผ่านไป 2-3 วัน ในปีหนึ่งอาจมีฝนตกในจุดที่ทำเขื่อนจิ๋วไว้ถึง 10 ครั้ง ซึ่งจะทำให้เขื่อนจิ๋ว มีศักยภาพในการดักน้ำฝนไม่ให้ไหลผ่านเลยไปถึง 1.96 ลูกบาศก์เมตรโดยที่น้ำที่ไหลลงเขื่อนจิ๋วส่วนหนึ่งก็เก็บในรูปของน้ำซับเม็ดดิน(Capillary water) ที่เป็นประโยชน์ต่อต้นไม้ที่อยู่รอบเขื่อนจิ๋ว

หากสามารถสร้างเขื่อนจิ๋วกระจายไปเพียงร้อยละ 2 ในทุกพื้นที่ๆมีฝนตกลงมาของประเทศไทยที่มีพื้นที่รวม 320.7 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรมเสีย 122 ล้านไร่ จึงเหลือพื้นที่ไม่ได้ทำการเกษตรเหมาะกับการทำเขื่อนจิ๋วประมาณ 200 ล้านไร่ จากพื้นที่ 200 ล้านไร่ หากใช้พื้นที่สร้างเขื่อนจิ๋วร้อยละ 0.01 เราก็จะได้เขื่อนจิ๋วประมาณ 2 พันล้านหน่วย หรือมีศักยภาพในการดักเก็บน้ำฝนได้อย่างน้อย 400 ล้านลูกบาศก์เมตรโดยไม่ต้องรับความเสี่ยงจากหายนะจากการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่และเขื่อนพัง
นอกจากนี้เขื่อนจิ๋วยังมีประโยชน์อื่นๆอีก เช่น
- เป็นหน่วยย่อยในการสลายพลังงานของน้ำที่จะรวมตัวเป็นมวลน้ำขนาดใหญ่ในฤดูฝน
- สามารถสร้างแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยงไฟป่าได้ดีขึ้น ลดการสูญเสียอินทรียวัตถุจากหน้าดิน
- ส่งเสริมระบบการเจริญของเชื้อราพึ่งพิง(Micorrhiza)ซึ่งช่วยลดความเครียดของต้นไม้ในหน้าแล้งและช่วยให้พืชสมุนไพรมีการผลิตสารสำคัญได้ดีขึ้น
- เป็นที่หลบภัยและเพาะเลี้ยงแมลง สัตว์ผิวดินที่จะกลายเป็นแหล่งอาหารโปรตีนแก่ชาวบ้านและสร้างสมดุลของระบบนิเวศน์วิทยาในป่าได้ดีขึ้นฯ
เห็นประโยชน์แบบนี้แล้วลองมองรอบๆพื้นที่แล้วสร้างเขื่อนจิ๋วลองดูกันเถอะ






การปิดล็อค COVID-19 อย่างต่อเนื่องได้เปลี่ยนกิจวัตรประจำวันของเราอย่างมาก ในขณะที่คนส่วนใหญ่พบว่ามันยากที่จะรับมือกับการแยกตนเองศิลปินคนหนึ่งตัดสินใจใช้เวลาพิเศษนี้เพื่อใช้เวลาช่วงเช้าอย่างสร้างสรรค์ Manami Sasaki ศิลปินชาวญี่ปุ่นหรือที่รู้จักกันในชื่อ sasamana1204 สำหรับผู้ติดตาม Instagram ขนาด 11.9k ของเธอสร้างงานศิลปะบนขนมปังชิ้นหนึ่งขณะที่ทำงานจากที่บ้านในช่วงที่ถูกกักตัว

















Page 2 of 9
