ถ้าพื้นที่น้อยหรือไม่มีดินสำหรับปลูก บางทีการใช้ท่อพีวีซีกับระบบน้ำหมุนเวียนแบบนี้ก็ช่วยได้ ส่วนสูตรน้ำสูตรปุ๋ย จะอินทรีย์จะเคมีก็แล้วแต่ใครจะถนัดแบบไหนไม่ว่ากัน สำคัญที่ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคปลอดภัย เช่นการทิ้งช่วงก่อนเก็บเกี่ยว การตรวจสอบการปนเปื้อนเป็นต้น

 

จากข่าวเกษตรกรชาวตำบลนามะเขือ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ยิ้มออกแม้ภัยแล้งจะคุกคาม แต่ในพื้นที่ไม่ขาดน้ำหลังทำการขุดลอกลำห้วย พร้อมสร้างบ่อกักเก็บน้ำใต้ดิน ขุดคลองขนมครก น้อมนำศาสตร์พระราชาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ทำให้พื้นที่แห้งแล้งขาดแคลนน้ำ กลับมีน้ำใช้ปลูกพืชฤดูแล้งสร้างรายได้ต่อเนื่องไม่หวั่นแล้ง

วันนี้เราเลยนำแบบแปลน ธารานามะเขือ ที่ชาวตำบลนามะเขือนำมาใช้ สามารถดัดแปลงใช้กับบ่อคลองได้ไม่ยาก
 ธารานามะเขือ  ได้น้อมนำเอาศาสตร์พระราชา ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการขุดลอกลำห้วยแบบขนมครก เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามแล้ง และเสริมการก่อสร้างบ่อกักเก็บน้ำใต้ดินเพิ่มเข้ามา

 

“เป็นการขุดลอกที่เหมือนกับการขุดลอกทั่วไป กว้าง 12 เมตร ลึกประมาณ 3.50 เมตร โดยน้อมนำการขุดแบบขนมครกตามพระราชาในหลวงรัชกาลที่ 9 ขุด 100 สลับ 8 เมตร คล้ายฝาย และวางระบบก่อสร้างบ่อกักเก็บน้ำใต้ดิน จะมีการขุดให้ลึกจนถึงชั้นหินผุ ที่จะลึกลงไปอีกประมาณ 4-5 เมตร จากนั้นใช้ท่อซีเมนต์ขนาด 60 x 120 ชม. วางเป็นลงในแนวตั้ง ซึ่งแต่ละจุดใช้ท่อประมาณ 3-6 ท่อ ขึ้นอยู่กับความลึกของชั้นหินผุ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำได้ผลดีในขณะนี้ โดยเรียกรูปแบบนี้ว่า ธาราใต้หล้านามะเขือโมเดล 2562”
 
นางสมประสงค์ สุพัฒนาพงศ์ นายกเทศมนตรี ต.นามะเขือ กล่าวว่า ธาราใต้หล้านามะเขือ โมเดล 2562 เป็นโครงการที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่พึงพอใจของชาวบ้าน ในอดีต ต.นามะเขือ มีปัญหาขาดแคลนน้ำในหน้าแล้งอย่างมาก เป็นพื้นที่สูงนอกเขตชลประทาน ในช่วงหน้าฝนก็มีปัญหาอุทกภัยเป็นอย่างนี้มานาน และชาวบ้านมีการต่อต้านการขุดลอกเพราะกระทบกับที่นา และที่สวน กระทั่งได้ใช้รูปแบบการขุดลอกและก่อสร้างระบบน้ำใต้ดินเข้ามา ปัจจุบันทำให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ เดิมทำการเกษตรได้เพียงปลูกข้าวปีละ 1 ครั้ง แต่ปัจจุบัน ตั้งแต่เดือนตุลาคม สามารถปลูกพืชสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ต้องกลัวขาดน้ำอีกแล้ว

  

 

 

ทะเลสาปวิคทอเรียเป็นทะเลสาปน้ำจืดขนาดใหญ่ อันดับสองของโลก เมื่อไม่นานมานี้ทะเลสาบวิกตอเรียมีปัญหาเรื่องผักตบชวา ทำให้น้ำเน่าเสีย
 
คนเห็นย่าเลยเอาผักตบชวามาทำปุ๋ยนอกจากจะกำจัดมลภาวะในน้ำแล้วยังเป็นการเพิ่ผลผลิตทางการเกษตรอีกด้วย
 
 
 
การทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวา
 
ผักตบชวา เป็นพืชน้ำ (วัชพืช) ที่มีธาตุโปแตสเซียมเป็นจำนวนมาก และธาตุไนโตรเจนและฟอสฟอรัสพอสมควร ขึ้นอยู่กับสภาพของน้ำที่ขึ้น และเมื่อนำผักตบชวามาทำเป็นปุ๋ย จะเป็นการเพิ่มมูลค่าของผักตบชวาให้มีองค์ประกอบ ธาตุอาหารหลักครบ คือ ไนโตรเจน 2.05% ฟอสฟอรัส 1.1% โปแตสเซียม 2.5% ธาตุทั้งสามอย่างนี้จำเป็นแก่การเจริญเติบโตของพืชทุกชนิดในดิน ป้องกันไม่ให้วัชพืชขึ้น และเมื่อสลายตัวก็กลายเป็นอินทรียวัตถุและปุ๋ยให้แก่พืชปลูก
++ วัตถุดิบ ++

1.ผักตบชวา จำนวน 100 ส่วน

2.มูลสัตว์ จำนวน 10 ส่วน

3.น้ำ (ตามความเหมาะสม)

++ วิธีทำ ++

นำผักตบชวาที่เอาขึ้นจากน้ำ นำมากองเป็นชั้นๆ ประกอบผักตบชวา สูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร จากนั้นนำใส่บัวรดน้ำ มารดพอเปียก แล้วใช้เท้าย่ำ โรยทับด้วยมูลสัตว์ ทำซ้ำกันประมาณ 3 ชั้น (แต่ละกองจะทำประมาณ 3 ชั้น) 
จากนั้นนำกระสอบป่านมาคลุมไว้ หมักทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือน ระหว่างหมัก ควรกลับกองปุ๋ยหมักทุกๆ 15 วัน โดยเอาส่วนบนลงล่างและส่วนล่างขึ้นบน กลับกองปุ๋ยหมักประมาณ 2 ครั้ง จากนั้นก็ปล่อยให้ค่อยๆ กลายเป็นปุ๋ยหมัก ซึ่งจะมีสีดำคล้ำ ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้นอกจากนำไปทำปุ๋ยหมักแล้ว ยังสามารถนำผักตบชวามาทำวัสดุคลุมดิน โดยนำผักตบชวาที่เอาขึ้นจากน้ำไปคลุมดิน เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นไว้ในดิน ป้องกันไม่ให้วัชพืชขึ้น และเมื่อสลายตัว ก็กลายเป็นอินทรียวัตถุและปุ๋ยให้แก่พืชปลูก

++ ประโยชน์/การนำไปใช้ ++**สามารถใช้ได้ในปริมาณมากน้อย ตามความเหมาะสม เพราะใช้ในปริมาณมากก็ไม่เกิดผลเสียต่อพืช

1. ช่วยเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์

2. ช่วยเปลี่ยนสภาพของดินจากดินเหนียวหรือดินทรายให้เป็นดินร่วนทำให้สะดวกในการไถพรวน

3. ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในดินได้ดีขึ้น

4. ทำให้การถ่ายเทอากาศในดินได้ดี

5. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ปุ๋ยเคมีและสามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้

6. ช่วยกระตุ้นให้ธาตุอาหารพืชบางอย่างในดินที่ละลายน้ำยากให้ละลายน้ำง่ายเป็นอาหารแก่พืชได้ดีขึ้น

7. ไม่เป็นอันตรายต่อดินแม้จะใช้ในปริมาณมากๆ ติดต่อกันนานๆ

8. เป็นการนำวัชพืชน้ำมาใช้ให้เกิดประโยชน์

ฝึกสมองลองปัญญาให้รู้จักคิดนอกกรอบลองขยับไม้ขีด 2 ก้านให้ได้ผลลัพธ์มากที่สุด ลองทำดูก่อนซักรอบแล้วค่อยกดดูเฉลยนะ

คนส่วนใหญ่ยึดติดกับเลข 3 หลักซึ่งค่าสูงสุดของเลขสามหลักคือ 999

 

แต่ถ้าเราลองคิดอีกทีเพิ่มเป็นห้าหลักจะได้มั้ยขยับไปสองก้านได้ตั้ง 15,118

 

หรือขยับไปข้างหลังได้ตั้ง 51,181

 

หรือถ้าขยับสองก้านแล้วตีลังกา จะกลายเป็น 81,151 เลย (กติกาบอกให้ขยับได้ 2 ก้านแต่ไม่ห้ามตีลังกา)

 

แปดหมื่นกว่าว่าเยอะแล้ว รู้มั้ย 5 ยกกำลัง 128 ได้เท่าไหร่ ?

เฉลย 5 ยกกำลัง 128 = 30,092,655,381,050,600,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000

แค่คิดอีกแบบ จาก ห้าร้อยแปดกลายเป็น สามหมื่นเก้าสิบสองล้านหกแสนห้าหมื่นห้าพันสามร้อยแปดสิบเอ็ดล้านห้าหมื่นหกร้อยล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้าน

เรื่องราวดีๆจาก https://www.truthinsideofyou.org

 

ภาพที่เห็นคนจีนสวมสิ่งต่างๆ เพื่อป้องกันไวรัสโคโรนา ดูแล้วอาจจะคิดว่าไม่น่าใช้ได้ แต่พอดูชัดๆ ถึงจะเข้าใจ

การใช้หน้ากากปิดจมูกมันช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถป้องกันดวงตาได้ และเนื่องจากที่จีนเชื้อโรคมีการแพร่ระบาดเยอะพอสมควรโดยเฉพาะในเมืองอู่ฮั่นที่ตอนนี้มีคนติดเชื้อเกินหมื่นคนแล้ว

ดังนั้นคนแถวนั้นที่จำเป็นจะต้องออกนอกบ้านก็เลยหาทางป้องกันเยื่อบุออ่นๆ เช่นดวงตา เพราะขนาดหมอยังต้องสวมแว่นปิดตาเลย

ลองดูไอเดียไว้ ไม่ได้บอกว่าจะเกิดแถวนี้ แต่ไอเดียดีๆ เอาไปใช้กับอย่างอื่นก็ยังได้นะ