คุณพ่อขา รักหนู มาถ่ายรูปกับหนูนะคะ หนูโตขึ้นทุกวันเดี๋ยวจะไม่มีโอกาสเก็บความน่ารักของหนูไว้










ทำสวนทำไร่ไม่แคล้วจะมีเศษไม้ เอามาเผาทำถ่านเพิ่มมูลค่าและกลั่นน้ำส้มควันไม้กันดีกว่า

แหล่งพลังงานที่ได้จากการสร้างป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง คือไม้และกิ่งไม้ พลังงานขั้นต้นคือทำฟืน หากแปรรูปเป็นพลังงานขั้นต่อไปคือ ถ่าน นั่นเอง
การสร้างเตาแบบประหยัด สร้างจากสิ่งที่เรามี
วัสดุที่ใช้
ถังเหล็ก 200 ลิตรแบบมีฝาล็อค 2 ใบ
ท่อใยหิน ขนาด 4 นิ้ว ยาวประมาณ 1 เมตร 2 ท่อ
ข้องอ ท่อใยหิน 90 องศา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว 2 ชิ้น
ไม้ไผ่ทะลวงให้ทะลุยาว 4-6 เมตร 2 อัน (ตัดจากสวน)
ท่อนไม้ไผ่ (ตัดจากสวน)
ดิน ทราย (ขุดรอบๆ มาใช้)
แผ่นสังกะสีเก่า

วิธีการทำ
1. นำตัวเตาที่เจาะทั้งหน้าที่ฝาเตา 20×20 ซม. และด้านท้ายขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้วของเตาเสร็จแล้ว มาวางไว้ตรงกึ่งกลาง ระหว่างเสาค้ำยันโดยให้รูกลมที่เจาะ อยู่ด้านล่างเพื่อประกอบกับท่องจากใยหิน 90 องศา ที่เจาะรูขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ไว้เพื่อระบายน้ำส้มควันไม้



2. นำแผ่นสังกะสีเก่าที่ใช้ทำเป็นผนังเตาด้านนอกมาวางแนบกับเสาค้ำยันให้ตั้งฉาก ด้านข้างทั้ง 2 ด้าน โดยมีระยะห่างประมาณ 10 ซม. เทดินประคองด้านข้างตัวเตา พอประมาณเพื่อไม่ให้ตัวเตาขยับเขยื้อน

3. ประกอบข้องอท่อใยหิน 90 องศา ขนาด 4 นิ้ว โดยสวมเข้าไปในช่องที่เจาะไว้ท้ายตัวเตาและนำดินมา ก่อล้อมรูที่เจาะเพื่อช่วยระบายน้ำส้มควันไม้ที่ตกค้าง



5. ใช้ดินผสมน้ำย่ำให้เละใส่ขุยมะพร้าวเติมความหนืดคลุกเคล้าเติมแกลบดำเพื่อเพิ่มการป้องกันความร้อน นำดินที่ได้มาก่อเป็นฝนังส่วนหน้าให้รับกับปากถังเพื่อความมั่นคงแข็งแรง ปิดผนังเตาด้านหลังโดยวางผนังเตาด้านหลังให้ห่างจากข้องอ ประมาณ 10-15 ซม.

6. ตักดินหรือทรายที่เตรียมไว้เทลงในช่องระหว่างตัวเตา และผนังเตาด้านหลัง ทั้ง 3 ด้าน เพื่อประคองข้องอ 90 องศา กับปล่องควันท้ายเตาและเพื่อเป็นฉนวนให้กับตัวเตา และนำผนังเตาด้านหน้าประกบหน้าเตา เว้นช่องฝาผนังเตาไว้เพื่อปิด/เปิดฝาได้สะดวก




เตาเผาถ่านถัง 200 ลิตรใช้เวลาทำโดยรวมประมาณ 3 วัน รอดินผนังเตาแห้งอีกหนึ่งสัปดาห์ งบประมาณที่ใช้ไม่เกิน 2,000 บาท
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพ http://oknation.nationtv.tv
ญี่ปุ่นไม่เคยทำอะไรธรรมดาเลยจริงๆ
คุณ Masayoshi Matsumoto ถ่ายภาพงานลูกโป่งขงตัวเองลงใน IG งานดีมั้ยก็เชิญชม




















บะจ่าง จากข้าวฟ่างถึงข้าวเหนียว
บะจ่าง เป็นคำยืมภาษาจีนว่า 肉粽 แปลว่า ขนมจ้างไส้เนื้อ
บะจ่าง หรือ จ้งจื่อ(粽子) ในยุคแรกใช้ข้าวฟ่างไม้กวาด เรียกว่า เจี๋ยวสู่(角黍) แปลว่า ข้าวฟ่างเขาสัตว์ ต่อมาเรียกว่า จ้ง(粽) หรือ จ้งจื่อ(粽子) คำว่า จ้ง(棕) เดิมใช้อักษร 椶 ในพจนานุกรมซัวเหวินเจี่ยจื้อ《説文解字》 เป็นพจนานุกรมสมัยราชวงศ์ฮั่น อธิบายว่า 糉 หมายถึง ข้าวห่อใบอ้อ ต่อมาชาวบ้านนิยมใช้ 粽 เรียกจนถึงปัจจุบัน แม้ในซัวเหวินเจี่ยจื้อยืนยันว่ายุคแรกใช้ใบอ้อ แต่ในยุคต่อมาใช้ใบไม้อื่นแทนใบอ้อ

黍 แปลว่า ข้าวฟ่างไม้กวาด
ในเอกสารสมัยราชวงศ์ถังชื่อว่า ชูเสวียจี้《初學記》 มีข้อความอธิบายเพิ่มโดยอ้างเอกสารสมัยราชวงศ์เหลียงชื่อ ซวี่ฉีเสียจี้《續齊諧記》ว่า ในวันที่5เดือน5 คือวันที่ขุนนางภักดีนามคุกง้วน หรือ ชวีหยวน(屈原) โดดน้ำตาย คนเซ่นไหว้ด้วยด้วย เจี๋ยวสู่(角黍) โดยทำอย่าง ถ่งจ้ง(筒粽) คือ ข้าวหลาม โดยเอาข้าวบรรจุลงกระบอกไม้ไผ่แล้วโยนลงน้ำ ในสมัยราชวงศ์ฮั่นมีคนนึงฝันเห็นวิญญาณชวีหยวน วิญญาณแจ้งว่างูและมังกรมาลักขโมยกินข้าวในกระบอกไม้ไผ่ แนะนำว่าเวลาเซ่นไหว้ให้เอาใบหน่อไม้น้ำ(菰)ปิดปากกระบอกไม้ไผ่ ผูกด้วยเชือกเบญจรงค์ งูและมังกรจะกลัวไม่กล้ากิน

เรื่องเล่านี้ทำให้คนรุ่นหลังเชื่อว่าการไหว้ขนมจ้างคือการเซ่นไหว้ขุนนางคุกง้วน
ของเซ่นไหว้ ต่อมาคนไม่ใช้ข้าวหลามเซ่นไหว้เพราะขั้นตอนยุ่งยาก ต้องหากระบอกไม้ไผ่ การไหว้ด้วย ถ่งจ้ง หรือข้าวหลาม ถูกแทนที่ด้วยขนมจ้าง หรือ จ้ง(粽) แบบทั่วไปมาเซ่นไหว้แทน ใบไม้ที่เอามาอุดปากกระบอกไม้ไผ่ถูกนำมาห่อข้าวแทนการบรรจุข้าวลงกระบอกไม้ไผ่

ใน ชูเสวียจี้ อธิบายว่าคนเอาใบไม้ปิดปากกระบอกเพื่อกันงูและมังกรมาขโมยของกินในกระบอก แต่แพทย์จีนสมัยราชวงศ์หมิงนาม หลี่สือเจิน(李時珍) อธิบายว่าใช้เซ่นไหว้คุกง้วนและเอาโยนลงแม่น้ำเป็นอาหารของงูและมังกร แพทย์หลี่สือเจินอธิบาย คำว่า 角黍 ในตำรา เปิ่นเฉ่ากังมู่《本草綱目》 ว่า
"俗作粽。古人以菰蘆葉裹黍米煮成,尖角,如棕櫚葉心之形,故曰粽,曰角黍。近世多用糯米矣。今俗五月五日以爲節物相饋送。或言祭屈原,作此投江,以飼蛟龍也。"
(ชาวบ้านเรียกมันว่า จ้ง คนโบราณใช้ใบหน่อไม้น้ำและใบอ้อห่อข้าวฟ่างต้มให้สุก ปลายแหลมอย่างเขาสัตว์ รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนใบจงหฺลวี(棕櫚 แปลว่า ต้นตาล) จึงได้ชื่อว่า จ้ง และ เจี๋ยวสู่(ข้าวฟ่างเขาสัตว์) ในช่วงนี้ใช้ข้าวเหนียวกันมาก ชาวบ้านใช้เป็นของกำนัลมอบให้กันในวันที่5เดือน5 หรือใช้เซ่นไหว้คุกง้วน โยนสิ่งนี้ลงแม่น้ำเป็นอาหารแก่งูและมังกร)

ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าคนจีนเปลี่ยนจากกระบอกข้าวหลามมาเป็นข้าวห่อใบไม้ในสมัยใด แต่จากข้อมูลของหลี่สือเจินระบุว่าในยุคสมัยตนมีการมีการใช้ข้าวเหนียวมากขึ้น แสดงว่าการใช้ข้าวเหนียวทำบะจ่างเริ่มนิยมในสมัยราชวงศ์หมิง และกลายเป็นแบบแผนของบะจ่างในปัจจุบัน
Cr. อารยา ลี เพจถาษาแต้จิ๋วเท่าที่ฉันรู้(จากอาม่า)
10 มิถุนายนนี้ ชวนมาดูดาวพฤหัสกันเถอะจะเห็นดวงโตที่สุดในรอบปีเพราะใกล้โลกที่สุด
ตั้งแต่ 22.21 น.ยาวถึงรุ่งเช้า เห็นได้ด้วยตาเปล่าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หากสภาพอากาศเป็นใจ จะได้เห็นอยู่ใกล้ที่สุดและสว่างสุดในรอบปีนี้ ดูด้วยกล้องโทรทรรศน์เล็กจะเห็นแถบเมฆ-4ดวงจันทร์บริวาร และยิ่งใช้กล้องกำลังขยาย 50 เท่าอัพ จะเห็นจุดแดงใหญ่เต็มตา

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หน.งานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สดร.เปิดเผยว่า วันที่ 10 มิ.ย.62 ดาวพฤหัสบดีจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (Opposition) ตรงกับเวลาประเทศไทย ประมาณ 22.21 น. ตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ หมายถึง ตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ โลก และดาวพฤหัสบดี เรียงอยู่ในเส้นตรงเดียวกัน โดยมีโลกอยู่ตรงกลาง ส่งผลให้ดาวพฤหัสบดีอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุด ห่างประมาณ 640 ล้านกิโลเมตร (4.28 AU)

เมื่อดวงอาทิตยลับขอบฟ้าในวันดังกล่าว ดาวพฤหัสบดีจะปรากฏทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณกลุ่มดาวคนแบกงู ความสว่างปรากฏ -2.6 (ความสว่างปรากฏของวัตถุท้องฟ้าที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มีค่าประมาณ 6 ส่วนค่าความสว่างปรากฏของดวงจันทร์เต็มดวงประมาณ -12.6) หากฟ้าใสไร้ฝน สามารถสังเกตเห็นดาวพฤหัสบดีได้ตลอดคืนจนถึงรุ่งเช้า ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเเก่การสังเกตการณ์เป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ หากสังเกตดาวพฤหัสบดีด้วยกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก จะมองเห็นแถบเมฆ และดวงจันทร์บริวารหลักทั้ง 4 ดวงของดาวพฤหัสบดี เรียกว่า ดวงจันทร์ของกาลิเลียน (Galilean Moons) ได้แก่ ไอโอ (Io) ยูโรปา (Europa) แกนิมีด (Ganymead) และคัลลิสโต (Callisto) และหากใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 8 นิ้ว กำลังขยายตั้งแต่ 50 เท่าขึ้นไป จะมองเห็นจุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดี (Great Red Spot) ได้อย่างชัดเจน

สดร.ยังได้เตรียมจัดกิจกรรมสังเกตการณ์ตั้งกล้องโทรทรรศน์บริการประชาชนร่วมชม “ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี” วันที่ 10 มิ.ย.62 เวลา 18:00-22:00 น. เชิญชวนผู้สนใจร่วมกิจกรรมได้ ณ จุดสังเกตการณ์หลัก 4 แห่ง ได้แก่
1) เชียงใหม่ : อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ (081-8854353)
2) นครราชสีมา : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา (086-4291489)
3) ฉะเชิงเทรา : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา (084-0882264)
4) สงขลา : ลานชมวิวนางเลือก หาดสมิหลา อ.เมือง จ.สงขลา (095-1450411)
พิเศษ! สำหรับชาวเชียงใหม่พบ Special Talk "มหัศจรรย์ดาวพฤหัสบดี" โดย ดร.มติพล ตั้งมติธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ พร้อมชมดาวพฤหัสบดีเคล้าเสียงดนตรี
นอกจากนี้ หน่วยงานเครือข่ายอีกกว่า 410 แห่งทั่วประเทศ ที่รับมอบกล้องโทรทรรศน์ในโครงการ “กระจายโอกาส 77 จังหวัด เปิดฟ้าส่องโลกดาราศาสตร์ เปิดโอกาสเรียนรู้ทั่วหล้า” ได้จัดกิจกรรมสังเกตปรากฏการณ์และนำกล้องโทรทรรศน์มาบริการประชาชนเช่นกัน ติดตามรายละเอียดและสถานที่จัดกิจกรรมเพิ่มเติมที่ www.NARIT.or.th
ใครกลัวจะหาไม่เจอไม่รู้ว่าดาวพฤหัสดวงไหนให้โหลดโปรแกรมแผนที่ดาว (ฟรีสำหรับแอนดรอย) ยกขึ้นบนฟ้า เราจะเห็นในจอเลยว่ามีดาว
อะไรบ้าง
Page 9 of 9
