สังฆทานไม่ใช่แค่ถังเหลือง อยากได้บุญเยอะและได้ประโยชน์เลือกให้ดี เลือกให้เหมาะไม่ใช่แค่ซื้อสำเร็จรูปมา

     สำหรับผู้ที่ต้องการทำบุญถวายของให้กับพระสงฆ์ หรือที่เรียกว่า การถวายสังฆทาน ควรเลือกซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่มีประโยชน์ต่อพระสงฆ์อย่างแท้จริง ซึ่งในปัจจุบันท่ามกลางสังคมที่เร่งรีบ ร้านสังฆภัณฑ์จึงได้จัดเตรียมชุดสังฆทาน ด้วยการนำสิ่งของต่าง ๆ บรรจุลงในถังสีเหลือง แล้วใช้พลาสติกใสหุ้มทับ โดยผู้ซื้ออาจไม่รู้ว่า บางร้านได้มีการยัดกระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษแข็งไว้ตรงก้นถัง เพื่อให้ดูเหมือนว่า มีของใช้มากมายจนล้นปากถัง

 

     นอกจากนี้ สิ่งของที่อยู่ในถังดังกล่าว อาจเป็นของที่มีคุณภาพต่ำจนใช้งานไม่ได้ เช่น แปรงสีฟันขนแปรงแข็ง ผ้าอาบน้ำฝนชนิดบาง ข้าวสารเก่า ยาหมดอายุ และยังมีสิ่งของอื่น ๆ ที่พระสงฆ์อาจไม่ได้นำไปใช้ ดังนั้น พุทธศาสนิกชนที่ต้องการทำบุญ คงต้องเปลี่ยนพฤติกรรมจากเดิมที่เน้นความสะดวกสบายด้วยการซื้อของที่ทางร้านจัดชุดไว้ มาเป็นการเลือกซื้อของถวายด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องใส่สิ่งของลงในถังสีเหลือง ๆ อย่างที่พบเห็นกัน

                ทั้งนี้ หลายคนอาจนึกภาพไม่ออกว่า พระสงฆ์มีความจำเป็นต้องใช้สิ่งของชนิดใดบ้าง เราจึงนำข้อมูล 10 อันดับสิ่งของที่พระสงฆ์จำเป็นต้องใช้ แต่มักไม่ปรากฏในชุดสังฆทาน

อันดับที่ 1 เครื่องเขียนและอุปกรณ์การเรียน  เนื่องจากในปัจจุบันพระสงฆ์ส่วนใหญ่มีโอกาสในการศึกษา จึงมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์การเรียน โดยเฉพาะหนังสือนักธรรม หนังสือบาลี สมุด กระดาษ ปากกา และดินสอ เพราะต้องใช้ในการศึกษาพระธรรม
อันดับที่ 2 มีดโกน ควรเลือกยี่ห้อที่มีคุณภาพ โกนได้เกลี้ยงเกลา เพื่อให้พระสงฆ์ใช้ในการปลงผมได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
อันดับที่ 3 ผ้าไตรจีวร แม้จะเป็นสิ่งที่พบเห็นในชุดสังฆทาน แต่ส่วนใหญ่มักเป็นของที่ไม่ได้ขนาดและไม่มีคุณภาพ ดังนั้นผู้ถวายสังฆทาน ควรเลือกอย่างเหมาะสม เช่น ผ้าไตรจีวรที่ทำจากผ้ามัสลิน เพราะเนื้อผ้าเหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนชื้น

อันดับที่ 4 หนังสือธรรมะ สารคดี นิตยสาร หรือหนังสือที่ให้ความรู้อื่น ๆ หากไม่สะดวกนำสิ่งของเหล่านี้มาถวายที่วัด สามารถสมัครสมาชิกรายปี หรือสั่งซื้อหนังสือจากสำนักพิมพ์เพื่อให้ส่งตรงถึงวัดเลยก็ได้ 


อันดับที่ 5 รองเท้า แบบของรองเท้าที่นำมาถวายนั้น ควรดูตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ อาจลองสังเกตดูก็ได้ว่า แต่เดิมพระสงฆ์ที่วัดแห่งนั้นสวมใส่รองเท้าแบบใด
อันดับที่ 6 ยารักษาโรค ควรถวายยาดี มีคุณภาพ และเป็นยาสามัญทั่ว ๆ ไป ที่ใช้กันในชีวิตประจำวันแต่ให้ดีกว่านั้นเราสามารถถวายเพวยวิตามิน ยาบำรุงต่างๆได้ เพราะพระก็ต้องการบำรุงสุขภาพเพมือนบุคคลทั่วไป


อันดับที่ 7 ผ้าขนหนู ควรเลือกผ้าขนหนูเนื้อดี สีสุภาพ ไม่ควรมีลวดลายฉูดฉาด และไม่จำเป็นต้องมีสีเหลืองแต่อย่างใด
 อันดับที่ 8 เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์  ในยุคโลกหมุนตามเทคโนโลยี วัดต่าง ๆ จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ซึ่งยังมีหลายวัดที่ยังขาดแคลนอุปกรณ์เหล่านี้อีกเป็นจำนวนมาก


อันดับที่ 9 ผลิตภัณฑ์และชุดอุปกรณ์ทำความสะอาด เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาล้างจาน ไม้กวาด และไม้ถูพื้น

อันดับที่ 10 แชมพูสระผม เนื่องจากพระสงฆ์ต้องใช้แชมพูในการชำระล้างหนังศีรษะก่อนการปลงผม ดังนั้นแชมพูจึงถือเป็นสิ่งจำเป็นอีกอย่างหนึ่งนั่นเอง

          นอกจากสิ่งของใน 10 อันดับข้างต้นนี้ ยังมีข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ ที่พระสงฆ์จำเป็นต้องใช้อีกมาก เช่น บัลลาสต์-สตาร์ตเตอร์  ที่ใช้คู่กับหลอดไฟ และการถวายปัจจัย ก็ถือเป็นการถวายสังฆทานอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใจบุญที่ไม่มีเวลาไปเลือกซื้อสังฆทาน แต่การถวายปัจจัยตามวัดต่าง ๆ ต้องดูตามความจำเป็นด้วย เพราะถ้าถวายมากเกินไป ปัจจัยดังกล่าวอาจกลายเป็นเครื่องกระตุ้นกิเลสได้

อย่างไรก็ตาม การถวายปัจจัยต่อโรงพยาบาลสงฆ์ ถือเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ เนื่องจากสถานที่แห่งนี้ได้ให้บริการด้านสุขภาพสงฆ์แบบองค์รวมโดยไม่คิดค่ารักษาค่าพยาบาล แต่เพราะจำนวนพระสงฆ์ที่มารักษาพยาบาลในแต่ละปีมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทางโรงพยาบาลต้องเปิดรับบริจาคค่าเวชภัณฑ์ยารักษาโรค ค่าอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ และค่าภัตตาหาร จากประชาชน

          ดังนั้น หากผู้ใดมีความประสงค์ในการทำนุบำรุงพุทธศาสนาก็สามารถถวายปัจจัยเพื่อช่วยเหลือพระสงฆ์ที่อาพาธได้ ซึ่งการบริจาคปัจจัยช่วยเหลือโรงพยาบาลสงฆ์รับรองว่าได้บุญอย่างแท้จริง เพราะถือเป็นการทำบุญให้แก่พระทั่วประเทศและทั่วโลก เนื่องจากพบว่า มีพระสงฆ์จากประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศอื่น ๆ มารักษาอาการอาพาธที่นี่ด้วย สำหรับผู้ที่สนใจบริจาคเงินช่วยเหลือพระสงฆ์อาพาธ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์โรงพยาบาลสงฆ์

          หลังจากนี้ก่อนจะไปทำบุญถวายสังฆทานที่ใด ก็ลองนำข้อมูลเหล่านี้ไปพิจารณากันดูและขออนุโมทนาสาธุด้วย

 

"บิ๊กตู่" ห่วงเด็กไทยติดมือถือ ทำสมาธิสั้นพ่อแม่ผู้ปกครองมักจะระมัดระวังป้องกันอันตรายภายนอกบ้านไม่ให้เกิดขึ้นกับบุตรหลานของตน แต่อาจมองข้ามภัยจากโทรศัพท์มือถือที่คืบคลานเข้ามาถึงในบ้านแม้กระทั่งในห้องนอน

วันนี้ 15 พฤษภาคม 2562 พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงปัญหาเด็กไทยติดโทรศัพท์มือถือ ซึ่งพบได้ตั้งแต่นักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานไปจนถึงวัยรุ่น

โดยกว่าร้อยละ 50 ของกลุ่มเป้าหมายที่มีการสำรวจ หยิบโทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งแรกหลังตื่นนอน และยังใช้โทรศัพท์เป็นกิจกรรมสุดท้ายก่อนเข้านอน ส่งผลให้เกิดอาการสมาธิสั้น การใช้สมองในส่วนความทรงจำลดลง และอารมณ์มีแนวโน้มรุนแรงฉุนเฉียวง่ายขึ้น

“พ่อแม่ผู้ปกครองมักจะระมัดระวังป้องกันอันตรายภายนอกบ้านไม่ให้เกิดขึ้นกับบุตรหลานของตน แต่อาจมองข้ามภัยจากโทรศัพท์มือถือที่คืบคลานเข้ามาถึงในบ้านแม้กระทั่งในห้องนอน"

วันนี้ 15 พฤษภาคม 2562 พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงปัญหาเด็กไทยติดโทรศัพท์มือถือ ซึ่งพบได้ตั้งแต่นักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานไปจนถึงวัยรุ่น

โดยกว่าร้อยละ 50 ของกลุ่มเป้าหมายที่มีการสำรวจ หยิบโทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งแรกหลังตื่นนอน และยังใช้โทรศัพท์เป็นกิจกรรมสุดท้ายก่อนเข้านอน ส่งผลให้เกิดอาการสมาธิสั้น การใช้สมองในส่วนความทรงจำลดลง และอารมณ์มีแนวโน้มรุนแรงฉุนเฉียวง่ายขึ้น

“พ่อแม่ผู้ปกครองมักจะระมัดระวังป้องกันอันตรายภายนอกบ้านไม่ให้เกิดขึ้นกับบุตรหลานของตน แต่อาจมองข้ามภัยจากโทรศัพท์มือถือที่คืบคลานเข้ามาถึงในบ้านแม้กระทั่งในห้องนอน

หมารับสินบนเป็นกระดูกกวางจากหมีเพื่อปล่อยให้ไปคุ้ยขยะ

คุณเจสสี่ จอแดน ได้โพสทวิสเตอร์ถึงสุนัขเฝ้าบ้านของเขาว่า ก่อนหน้านี้ลูกชาย (สุนัขที่เลี้ยงอยู่) มีงานอดิเรกคือค่อยไล่หมีที่มาคุ้ยถังขยะเพื่อหาอาหาร แต่หมีได้เรียนรู้ว่าเจ้าหมาสามารถติดสินบนได้ด้วยการให้กระดูกกวาง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหมีก็สามารถเข้าไปคุ้ยถังขยะไปทุกวัน

 

 

เรื่องราวของเจ้าหมาจอมตะกละถูกแพร่ออกไปผ่านสื่อต่างๆเป็นจำนวนมาก

 

 

ชะเอมจอมอึดสู้กับมะเร็งตั้งแต่ 5 เดือนจน 6 ขวบมะเร็งร้ายกำลังจะกลับมาเป็นรอบที่ 3 ขายเสื้อเป็นค่ายาปลูกถ่ายไขกระดูก

น้องชะเอม ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน ตั้งแต่อายุ 5 เดือน ได้รับยาเคมีบำบัดที่มีความรุนแรงกว่าเด็กทั่วไป โดยมีโอกาสรอด 20 % คนเป็นพ่อแม่ ขอให้มีเปอร์เซ็นรอดแม้จะน้อยนิดก็จะสู้ ซึ่งน้องชะเอมต่อสู้กับโรคมะเร็ง ตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่า มีอาการติดเชื้อ ปากเป็นแผล ผื่นขึ้นตามตัว ท้องเสีย แพ้ยาเคมีบำบัดทำให้หัวใจเต้นเร็วต้องเข้าห้อง ICU หลังจากที่รักษาจนโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวสงบลง และหยุดการรักษาปรากฏว่าโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวกลับมาเป็นใหม่ตอนอายุ 4 ขวบ ดังนั้นน้องชะเอม จะต้องได้รับยาเคมีบำบัดที่มีขนาดที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้มะเร็งสงบ และต้องได้รับยาเคมีบำบัดที่สั่งจากต่างประเทศ เนื่องจากยาเคมีบำบัดที่เคยแพ้เป็นยาหลักในการรักษา ซึ่งตอนนั้นได้ผู้ใจบุญเมตตาช่วยเหลือค่ายาเคมีบำบัดมาให้น้องชะเอม จนทำให้การักษาเป็นไปได้ด้วยดี จนถึงปัจจุบัน


น้องชะเอมตอนนี้อายุ 6 ขวบ ยังคงได้รับการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวโดยรับยาเคมีบำบัดเดือนละ 1 ครั้ง ให้ยาเคมีบำบัดทางไขสันหลังทุก 3 เดือน เป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งตอนนี้รักษามาแล้ว 1 ปี แต่เมื่อต้นปี 62 ได้รับข่าวว่า น้องชะเอมมีโอกาสโรคกลับมาครั้งที่ 2 (เป็นมะเร็งครั้งที่ 3) ถึง 80% เนื่องจากน้องชะเอมเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวตอนเด็กเร็วกว่าเด็กปกติที่ควรเป็น และโรคกลับมาแล้ว 1 ครั้ง ดังนั้นจึงมีโอกาสโรคกลับอีกรอบ ซึ่งแผนการรักษาต่อไปมี 2 ทางเลือก คือ 1. ให้ยาเคมีบำบัดต่อไป เผื่อมีโอกาสโรคสงบ (ซึ่งมีโอกาสหายขาด 20%) 2. ทำการปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งมีโอกาสหาย 50% - 60 % แต่มีความเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตเหมือนกันจากการรักษา หรือโรคอาจกลับมาเป็นใหม่อีกครั้ง พ่อและแม่ จึงตัดสินใจเลือกการรักษาด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก เพราะมีโอกาสหายขาดจากโรคดังกล่าว และไม่อยากเห็นน้องชะเอมทรมานหากโรคกลับมาใหม่อีกครั้ง


ปัจจุบันได้นำน้องชะพลู (น้องชายชะเอม) ทำการตรวจ HLA เพื่อหาเนื้อเยื่อให้เข้ากับน้องชะเอม ผลปรากฏว่า เข้ากันแค่ 50% จึงได้ทำการหาผู้บริจาคจากสภากาชาด ผลปรากฏว่า เข้ากันได้แค่ 50% จากการตรวจดังกล่าว คุณหมอจึงเห็นว่าจะทำการปลูกถ่ายไขกระดูกโดยใช้สเต็มเซลล์ พ่อหรือแม่ ซึ่งตอนนี้พ่อและแม่ได้ทำการตรวจ HLA แล้ว รอผลการตรวจ โดยค่าใช้จ่ายในการปลูกถ่ายไขกระดูกใช้เงินประมาณ 3 ล้าน (มากน้อยขึ้นอยู่กับการติดเชื้อด้วย) ซึ่งน้องชะเอมได้รับความเมตตาในเรื่องค่าใช้จ่ายการปลูกถ่ายไขกระดูก แต่มียาบางอย่างต้องสั่งจากต่างประเทศ เพื่อทำให้การรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูกให้ดีขึ้น ซึ่งพ่อและแม่ต้องหาเงินในการรักษาครั้งนี้ 5 แสน ถึง 1 ล้าน (ขึ้นอยู่กับปริมาณยาตามน้ำหนัก และอัตราแลกเปลี่ยน และมีเรื่องการติดเชื้อระหว่างการรักษา)


ดังนั้นครอบครัวน้องชะเอม จึงได้จัดทำเสื้อยืดเพื่อสมทบทุนในการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งเสื้อยืดดังกล่าวทางครอบครัวน้องชะเอมขอเป็นการรับจองสินค้า พร้อมโอนค่าเสื้อยืดก่อน โดยนำเงินขอผู้เมตตาทุกท่านไปจัดทำเสื้อยืดต่อไป

 

เสื้อยืดน้องชะเอมจอมอึด ทั้งผู้ใหญ่ และเด็ก ทุกขนาดราคาตัวละ 250 บาท(ไม่รวมค่าขนส่ง) ส่งลงทะเบียนคิดค่าขนส่งตัวละ 30 บาท ตัวต่อไปตัวละ 10 บาท หากต้องการส่งด่วน คิดค่าขนส่งตัวละ 50 บาท ตัวต่อไปตัวละ 10 บาท
สามารถจองเสื้อยืดน้องชะเอมจอมอึด พร้อมโอนค่าสินค้า ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 พ.ค.62 และครอบครัวน้องชะเอมจะทำการสั่งเสื้อตามผู้เมตตาสั่งมา และจะทำการจัดส่งให้ต่อไป
ครอบครัวน้องชะเอม กราบขอบพระคุณผู้เมตตาทุกท่านที่ช่วยเหลือน้องชะเอมในการรักษาครั้งนี้ ซึ่งเป็นการรักษาที่มีความสำคัญมากต่อน้องชะเอม หากต้องการเห็นเด็กคนหนึ่งที่ต่อสู้โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวตั้งแต่ 5 เดือน จนตอนนี้ 6 ขวบ ให้อยู่บนโลกใบนี้ เพื่อเป็นแรงบัลดาลใจให้กับใครอีกหลายคน และให้น้องชะเอมอยู่ในสังคมเพื่อทำความดีต่อไป ขอความเมตตาทุกท่านช่วยเหลือน้องชะเอม หากข้อความดังกล่าวได้ส่งไปหาแล้วทำให้ท่านรำคาญใจ หรือไม่พอใจ ครอบครัวน้องชะเอมต้องขอโทษมาครั้งนี้ด้วยครับ
#ฝากช่วยแชร์และให้กำลังใจน้องชะเอมด้วยครับ
#ติดตามชะเอมได้ที่แฟนเพจ ชะเอมจอมอึด สู้มะเร็ง
#ขอบคุณผู้เมตตาทุกท่าน

 

เป็นคนถือกฎหมาย ใบขับขี่ไม่พก รถไม่ต่อทะเบียนตั้งแต่ 61 มีเพื่อนแบบนี้ยังจะคบอีกหรือ
ความคืบหน้าในการติดตามตรวจสอบหลังจากโซเชียลมีการเผยแพร่คลิปการเรียกตรวจใบอนุญาตขับขี่กับชายที่อ้างว่าเป็นอธิบดีผู้พิพากษา ล่าสุดที่กองบังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ข้าราชการตำรวจหลายนายต่างรู้สึกมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้นหลังจากที่นายกรัฐมนตรี ได้มีดำริชมเชยการทำหน้าที่และให้กำลังใจตำรวจชั้นผู้น้อย


ล่าสุด พลตำรวจโทพงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ได้วิทยุเรียก พลตำรวจตรีฐากูร เนตรพุกกณะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช พันตำรวจเอกโชคดี รักษ์วัฒนพงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุ่งใหญ่ และสิบตำรวจตรีเอกพล จุ้ยส่องแก้ว ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรทุ่งใหญ่ เข้าพบด่วนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 จังหวัดภูเก็ต ซึ่งทั้งหมดกำลังเดินทางด่วนไปตั้งแต่ 08.45 น.ที่ผ่านมา



พลตำรวจตรีฐากูร เนตรพุกกณะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าได้สั่งการยกเลิกคำสั่งของผู้กำกับการและคืนการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมกับตำรวจผู้ปฏิบัติไปเรียกร้อยตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว และได้ไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้ให้กำลังใจเพราะทำดีอยู่แล้ว ซึ่งเช้านี้เตรียมที่จะทำหนังสือชมเชยการทำหน้าที่แต่ต้องรีบเดินทางไปพบผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ตามคำสั่งก่อน แต่หลังจากนี้ต้องรอคำสั่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 จะพิจารณาสั่งการอย่างไรต้องรอตรงนั้น
ต่อข้อถามมีคำสั่งย้ายผู้กำกับการมาช่วยงานท ศปก.ก่อนหรือไม่ ผบก.นครศรีธรรมราช ยืนยันว่ายังไม่มีคำสั่งย้ายใดๆ ในขณะนี้ ต้องรอการพิจารณาของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และเมื่อถามอีกว่าจะมีการดำเนินการกรณีไม่นำใบอนุญาตขับขี่ติดตัวกับชายที่ปรากฎในคลิปหรือไม่นั้น ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ระบุว่ากำลังพิจารณา

 


อย่างไรก็ตามเมื่อคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่ปฏิบิติหน้าที่ปรากฏในคลิป ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติโดยสิบตำรวจตรีเอกพล จุ้ยส่องแก้ว ยืนยันว่าไม่เสียกำลังใจ ขณะที่แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำไปตามขั้นตอนปกติ และเมื่อมาตรวจสอบภายหลังจากที่เป็นข่าวแล้วพบว่ารถยนต์คันนี้ยังขาดการจดต่อทะเบียนมาตั้งแต่ปี 2561 แล้วด้วย แต่ตำรวจกำลังกังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้หลังจากที่เรื่องนี้เงียบไป