ภาพ "มาเรียม" พะยูนน้อยนอนหลับในอ้อมกอดเจ้าหน้าที่ตอนรับวันมหาสมุทรโลก ( World Oceans Day ตรงกับวันที่ 8 มิถุนายนของทุกปี)
อาสาสมัครจากกลุ่มพิทักษ์ดุหยง พยุงตัวเจ้ามาเรียมที่กำลังงีบหลับหลังกินอาหารอิ่ม โดยในทุกๆ วัน ทางสัตวแพทย์และทีมงาน ต้องคอยเข้าไปเลี้ยงไปป้อนนมในทะเลแทนแม่พะยูน โดยเอามาเลี้ยงที่ศูนย์ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเวลาปล่อยคืนธรรมชาติก็จะตาย จึงต้องอนุบาลในทะเลตามธรรมชาติ

เจ้ามาเรียมเป็นพะยูนวัยเกือบ 1 ปี ตัวนี้ได้พลัดหลงกับแม่ และถูกนำมาอนุบาลยังเกาะลิบง จ.ตรัง เพื่อป้อนน้ำ หญ้าทะเล และเฝ้าระวังภัยคุกคามจนกว่ามันจะโต ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการอนุบาลสัตว์น้ำในทะเลแทนการดูแลในบ่อ เป็นการทำงานร่วมกันของ อาสาสมัครชุมชนบนเกาะลิบง, กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช, องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะลิบง

การดูแลอนุบาล “มาเรียม” ถือเป็นภารกิจดูแลลูกพะยูนในถิ่นอาศัยตามธรรมชาติครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความทุ่มเท ความชำนาญ และความร่วมมือของทุกฝ่าย มาเรียมไม่เพียงเป็นศูนย์รวมใจของนักวิชาการ ชาวบ้านและอาสาสมัครจากทุกแห่งหน แต่ยังกลายเป็นความหวังสำคัญในการจัดการอนุรักษ์ถิ่นอาศัยของพะยูนไทยในระยะยาว

ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดภูเก็ต เล่าว่า ได้รับรายงานการเกยตื้นของมาเรียมตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2562 บริเวณแหล่งหญ้าทะเลอ่าวทึงปอดะ จังหวัดกระบี่ ในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ ภายนอกไม่มีรอยบาดแผล และสามารถว่ายน้ำได้เป็นปกติ
อย่างไรก็ตาม หลังจากชาวบ้านอุ้มไปปล่อยบริเวณที่น้ำทะเลท่วมถึงแล้ว วันต่อมากลับพบว่า มาเรียมยังว่ายวนเวียนอยู่บริเวณใต้ท้องเรือหางยาวและเรือคายักบริเวณปากคลอง ใกล้กับที่พบเกยตื้นครั้งแรก คราวนี้เจ้าหน้าที่เข้ามาร่วมทำการช่วยเหลือด้วย โดยนำไปปล่อยบริเวณแหล่งหญ้าหน้าอ่าวทึงปอดะเช่นเดิมและเฝ้าสังเกตอยู่ห่างๆ ปรากฏว่ามาเรียมหายไปหนึ่งวันก่อนพบว่า กลับมาว่ายวนเวียนอยู่ในบริเวณเรืออีก แสดงว่าพะยูนน้อยพลัดหลงกับแม่พะยูนแล้วจริงๆ
“ถึงตอนนั้นเราต้องตัดสินใจแล้วว่าจะทำยังไงดี เพราะถ้าปล่อยที่เดิมอีก มาเรียมมีโอกาสถูกเรือชน หรือได้รับบาดเจ็บจากการถูกใบพัดเรือได้ง่ายๆ เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่สัญจรเข้า-ออกของเรือประมง แต่หากนำไปอนุบาลในบ่อเลี้ยงที่ภูเก็ต แม้ว่าจะเป็นทางเลือกที่ดีในการรักษาชีวิต แต่คิดดูแล้วก็เป็นเรื่องโหดร้ายเกินไปที่มาเรียมอาจจะต้องอยู่ในบ่อไปตลอดชีวิต”
ดร. ก้องเกียรติ บอกว่า โดยปกติลูกพะยูนในวัยนี้จำเป็นต้องอยู่กับแม่เพื่อได้รับน้ำนมและเรียนรู้ประสบการณ์การใช้ชีวิต ส่วนใหญ่ลูกพะยูนวัยเด็กขนาดนี้ที่กำพร้าแม่มักจะเสียชีวิต ในประเทศไทยเคยมีความพยายามช่วยชีวิตลูกพะยูนเกยตื้นหรือได้รับบาดเจ็บจากเครื่องมือประมงด้วยการนำไปอนุบาลในบ่อเลี้ยงครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2522 แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ได้ไม่นาน นานที่สุดคือ 200 วันเมื่อปี พ.ศ. 2534

“เป็นเรื่องยากทีเดียวที่เราต้องเป็นคนเลือกเส้นทางชีวิตให้มาเรียม แต่เราคิดว่าการมีชีวิตอย่างมีคุณภาพเป็นเรื่องสำคัญกว่าการมีชีวิตรอดในบ่อเลี้ยง เราจึงตัดสินใจเคลื่อนย้ายมาเรียมเมื่อวันที่ 29 เมษายนมาปล่อยบริเวณอ่าวทุ่งคา เกาะลิบง ซึ่งเป็นแหล่งหญ้าทะเลขนาดใหญ่และมีพะยูนมากกว่าร้อยตัว”
เจ้ามาเรียมเป็นพะยูนขาดความอบอุ่นและขี้อ้อน เมื่อเจอเรือก็จะเข้าไปว่ายน้ำกับเรือ อาจจะคิดว่ากำลังว่ายน้ำกับแม่ เจอเจ้าหน้าที่ก็จะโผกอด ตอนกลางคืนก็จะนอนกอดหิน ความน่ารักเหล่านี้ทำให้ทั้งเจ้าหน้าที่และชาวโซเชียลต่างให้ความรักและเอ็นดู
พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยในทะเล และมีสถานภาพเป็นสัตว์สงวน ซึ่งนับว่าได้รับการปกป้องคุ้มครองสูงสุดในทางกฎหมายของประเทศ ปัจจุบันยังคงพบพะยูนแพร่กระจายอยู่ในบริเวณชายฝั่งที่มีแหล่งหญ้าทะเลอุดมสมบูรณ์ ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน แต่แนวหญ้าทะเลในจังหวัดตรังถือเป็นแหล่งอาศัยที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุด ซึ่งจากการบินสำรวจล่าสุดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นำโดย ดร.ก้องเกียรติ พบว่ามีจำนวนประชากรพะยูนราว 185 ตัวหรือร้อยละ 70 ของพะยูนทั้งประเทศ ที่น่ายินดีคือประชากรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดหกปีที่ผ่านมา หลังจากลดลงเหลือราว 125 ตัวเมื่อปี พ.ศ. 2556 จังหวัดตรังจึงมักถูกยกให้เป็นเมืองหลวงของพะยูนในประเทศไทยโดยปริยาย
คนไทยเองมีความผูกพันกับพะยูนมาช้านานแล้วจึงมีชื่อเรียกพะยูนหลายชื่อด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น หมูน้ำ, หมูดุด, ดุหยง, เงือก, วัวทะเล และพะยูน หรือปลาพะยูน ชาวปักษ์ใต้นิยมเรียกพะยูนว่า “ดุหยง หรือ ตุหยง” ซึ่งมาจากภาษามลายูที่ใช้เรียกพะยูน (Duyong, sea pig หรือหมูทะเล) อาจเป็นเพราะทั้งความน่ารักน่าสงสารของพะยูน และการที่พะยูนเป็นสัตว์มีรูปร่างพิเศษ อันเป็นที่มาของนางเงือกแห่งท้องทะเล
เมื่อพะยูนน้อยเดินทางมาถึงเกาะลิบง นายสุเทพ ขันชัย หัวหน้ากลุ่มพิทักษ์ดุหยง ตำบลเกาะลิบง จังหวัดตรัง ได้ตั้งชื่อให้ว่า “มาเรียม” แปลว่า “ผู้หญิงที่มีความสง่างามแห่งท้องทะเล” เนื่องจากเป็นลูกพะยูนตัวเมีย
ข้อมูลจาก :ngthai
ใครเป็นแบบนี้ระวังให้ดี ชีวิตจะมีแต่ร่วง
ลองดูว่าสี่อย่างนี้ถ้าเรามีก็เลิกซะรับรองถึงจะไม่ดีขึ้นมากมาย แต่ไม่ถึงขั้น อนาถแน่นอน

ชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนที่เหนือกว่า แล้วคิดในแง่ลบ ไม่แปลงความด้อยให้เป็นพลังในด้านบวก เพื่อทำให้ดีกว่าคนอื่นคิดแต่ว่าตัวเองไม่มีทางดีเหมือนคนอื่น

ยึดติดกับความผิดพลาดในอดีตแทนที่จะก้าวไปข้างหน้า ทั้งที่เราเปลี่ยนอดีตไม่ได้

ไม่มั่นใจกับตัวตนหรือรูปลักษณ์ของตนเอง คนเราเปลี่ยนหน้าตาไม่ได้แม้แต่การทำสัญกรรมก็ใช่ว่าจะทำให้ตัวเองหรือคนอื่นพอใจ แต่เราปรับบุคลิก กริยามารยาทให้ดูดีได้

ละทิ้งความฝันของตนเองแต่ไปสร้างความสำเร็จให้คนอื่น

เรื่องดีงามทำตามกันเถอะไหว้ครูด้วยต้นไม้ ปลูกป่าบูชาครู
Facebook แจ้งข่าวชาวอีสาน ไดีเผยแพร่ข่าว งานไหว้ครู โรงเรียนบ้านละหานค่าย ตำบลโคกสะอาด อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ โดยมีข้อความ “อยากให้ทุกโรงเรียนไหว้ครูด้วยต้นไม้ แบบโรงโรงเรียนบ้านละหานค่ายที่ทำเป็นปีที่ 2 แล้ว”
วันนี้(พฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม 2562) นางประภัสสร กลับกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านละหานค่าย ตำบลโคกสะอาด อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ได้ร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน นักเรียน คณะครู จัดกิจกรรมไหว้ครูด้วยต้นไม้ โครงการปลูกป่าบูชาครู

กิจกรรมดีๆ แบบนี้โรเรียนอื่นน่าจะทำตาม อาจจะให้เด็กเพาะต้นกล้าตั้งแต่เปิดเทอมเลยก็ได้ และจะดีกว่านั้นถ้าให้เด็กๆ ดูแลต้นไม้ของตัวเองจนจบการศึกษา





เหตุเนื่องจากเห็นว่า ประชาชนจำนวนมากต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็งที่เกิดจากการสัมผัสยาฆ่าหญ้าดังกล่าว
พร้อมทั้งเรียกร้องให้ผู้ผลิตจ่ายเงินชดเชยแก่ผู้เสียหายด้วย

บริษัท ไบเออร์ เคยถูกศาลตัดสินให้จ่ายเงินชดเชยแก่คู่สามีภรรยาในแคลิฟอร์เนีย เป็นจำนวนเงินถึง 2.9 ล้านเหรียญสหรัฐมาแล้ว เนื่องจากพบว่าทั้งคู่เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ชนิด non-Hodgkin lymphoma ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ยาฆ่าหญ้า ราวด์อัพ มายาวนานกว่า 30 ปี ตามคำตัดสินของศาล
ขณะนี้ สภาเมือง Fairfield City ได้ค่อยๆยุติการใช้ราวด์อัพแล้ว ส่วน อีก 8 สภาเมืองซิดนีย์ รวมทั้ง Willoughby, Ku-ring-gai, Sutherland Shire and Waverley กำลังอยู่ในขั้นตอนการทบทวน ในขณะที่อีก 18 สภาเมืองรวมถึง InnerWest, Lane Cove and Mosman ยังคงเลือกใช้ราวอัพต่อไป โดยให้เหตุผลว่า จะปฏิบัติการคำแนะนำและข้อบังคับการใช้ของ national pesticides อย่างเคร่งครัดแทน
https://www.smh.com.au/national/sydney-councils-move-to-ban-roundup-weedkiller-over-cancer-fears-20190524-p51quo.html
โทบี่เแมวที่เป็นโรคหนังยืดผิดปกติ EDS (Ehlers-Danlos Syndrome) เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลให้เนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ช่วยคงความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของโครงสร้างในร่างกายเกิดความผิดปกติ ทำให้ผมีอาการข้อต่อหลวม ผิวบางและยืดได้มากเกินไป ส่งผลให้เกิดอาการฟกช้ำหรือบาดเจ็บได้ง่าย

จอร์จินาไพรซ์และคริสโตเฟอร์แลร์เนอร์คู่หมั้นของเธอรับเลี้ยงแมวตัวแรกของพวกเขามันก็มีอายุ 16 ปีแล้ว (เอามาจากบ้านอุปถัม) น่าเศร้าที่ Herbie เสียชีวิตเพียงไม่กี่เดือนต่อมา และถึงแม้ว่าทั้งคู่จะรู้จักเขาเพียงชั่วขณะพวกเขาก็แทบใจสลายเลยทีเดียว
จอร์จินา ตัดสินใจว่าจะมองหาแมวพิเศษที่ถูกทอดทิ้ง และอยากให้มันใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายมีบ้านที่มีความสุขมารับเลี้ยง
ในขณะที่ท่องเว็บจอร์จินาสะดุดกับโทบีและควินตัน “เราแมวสองตัวนี้ในเว็บไซต์ RSPCA ที่ช่วยประกาศหาบ้านรับเลี้ยง” ควินตันแมวอายุ 7 ปีสีขาวดสลับดำที่ฟันร่วงหมดปาก และโทบี้แมวที่มีขนสั้นอายุ 6 ขวบมีป่วยมี ผิวหลวมมาก พวกเขาเป็นคู่เลยติดตาอไปที่ RSPCA และคิดว่าถ้าสามารถช่วยแมวสองตัวได้ก็คงจะดี

ในที่สุดจอร์จินาพบว่าโทบีได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค Ehlers-Danlos (EDS) หรือแมวผิวหนังแอสเทเนีย (FCA) ซึ่งเป็นโรคที่มีมา แต่กำเนิดซึ่งอาจทำให้ผิวหย่อนคล้อยผิดปกติและหย่อนยานเนื่องจากขาดคอลลาเจนจอร์จินาบอกว่า “ เราไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนที่เราจะพบโทบี”
จอร์จินาและคริสโตเฟอร์ไปเยี่ยมแมวทั้งสองตัวที่หน่วยดูแลพิเศษของ RSPCA อแมวทั้งคู่ทั้งกลัวและซุกซ่อนอยู่ด้านหลัง โทบี้9Y;LYJOซ่อนตัวอยู่ข้างหลังควินส์ตลอดเวลา”

จอร์จินาสามารถเลี้ยงควินตันได้ แต่เธอไม่สามารถแตะโทบี้ได้เพราะมันกลัวเกินไป แต่เธอและคริสโตเฟอร์ยังคงมั่นใจว่าพวกเขาพร้อมที่จะดูแลแมวที่มีความต้องการพิเศษทั้งคู่
จอร์จินา บอกว่า Toby และ Quinton ใช้เวลาพักหนึ่งเพื่อปรับตัวในบ้านใหม่ของพวกเขา “ พวกมันกลัวมากและอาศัยอยู่ใต้เตียงเป็นเวลาหลายสัปดาห์ แต่ในที่สุดอาหารและความรักก็พาพวกมันออกมานอนสุขสบาย” “ตอนนี้พวกเหมียวเป็นเจ้าของบ้านไปแล้ว มันทำสิ่งที่ต้องการและทำตัวบ้าคลั่งเมื่อคุณเปิดไฟหากพวกเขาหลับบนเตียงหรืออะไรบางอย่าง”
“ เราโชคดีมากที่อาการของทั้งคู่ดูเหมือนจะไม่รุนแรงและเราจัดการได้ง่ายมาก” จอร์จินากล่าวเสริม “ ผิวหนังของโทบี่อ่อนแอกว่าที่ควรจะเป็นดังนั้นจึงได้น้ำตามากมายโดยเฉพาะบริเวณคอและหัว”
ตอนนี้ทั้งสองเหมียวอยู่ดีมีสุด เพื่อนสามารถติดตามชีวิตทั้งคู่ได้จาก IG tummyandgummy
Page 24 of 27
